เฉดสี8 นาทีในการอ่าน

หลักจับคู่สีแต่งบ้าน วงจรสี โทนร้อนโทนเย็น และกฎ 60-30-10

ไม่ต้องเรียนศิลปะก็จับคู่สีบ้านให้สวยได้ แค่เข้าใจวงจรสี โทนร้อนโทนเย็น กฎ 60-30-10 และแสงของห้องตัวเอง

ผนังสีชมพูดินเผาติดการ์ดตัวอย่างสีโทนร้อนกลุ่มหนึ่งและโทนเย็นอีกกลุ่ม เหนือโต๊ะไม้ที่มีแก้วใส่พู่กัน
การ์ดตัวอย่างสีไล่เฉดจากเบจถึงเขียวหม่นวางเรียงบนโต๊ะไม้ ข้างโถใส่แปรงทาสีและหน้าต่างรับแดด
ผนังสีฟ้าหม่นคู่กับเก้าอี้กำมะหยี่สีเหลืองมัสตาร์ดและไหดินเผา บนพื้นไม้ก้างปลาที่มีแดดส่อง
คำตอบสั้นๆ

หลักจับคู่สีแต่งบ้านที่ใช้ได้จริงมีสามข้อ คือเลือกคู่สีจากวงจรสี โดยสีข้างเคียงให้ความกลมกลืนและสีตรงข้ามให้ความโดดเด่น แบ่งสัดส่วนตามกฎ 60-30-10 คือสีหลัก 60% สีรอง 30% และสีเน้น 10% แล้วดูอันเดอร์โทนกับทิศแสงของห้องก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

วงจรสีคืออะไร อ่านยังไงให้ใช้แต่งบ้านได้

วงจรสีคือการเรียงสีเป็นวงกลมตามความสัมพันธ์ของมัน วงที่นิยมใช้มี 12 สี เริ่มจากแม่สีสามสี แล้วผสมกันเป็นสีขั้นที่สองและขั้นที่สาม สีที่อยู่ติดกันในวงจะเข้ากันง่าย สีที่อยู่ตรงข้ามกันจะตัดกันชัด

ในบ้าน เราแทบไม่ได้ใช้สีสดตามวงจรสีตรง ๆ แต่ใช้เวอร์ชันที่ผสมขาว เทา หรือดำแล้ว เช่น ฟ้าหม่นแทนฟ้าสด เขียวเสจแทนเขียวใบไม้ หลักความสัมพันธ์ในวงจรสียังใช้ได้เหมือนเดิม แค่ความแรงลดลง

  • แม่สี: แดง เหลือง น้ำเงิน
  • สีขั้นที่สอง: ส้ม เขียว ม่วง (เกิดจากแม่สีสองสีผสมกัน)
  • สีขั้นที่สาม: เช่น ส้มแดง เหลืองเขียว น้ำเงินม่วง
  • Tint คือสีผสมขาว Shade คือสีผสมดำ Tone คือสีผสมเทา
การ์ดสีเรียงเป็นวงจรสีบนโต๊ะไม้เก่า ไล่จากส้มอิฐ เหลืองมัสตาร์ด เขียว ฟ้า ถึงม่วง ข้างพู่กันและถ้วยสี

สีโทนร้อน สีโทนเย็น ต่างกันยังไง

ถ้าผ่าวงจรสีครึ่งหนึ่ง ฝั่งแดง ส้ม เหลือง คือสีโทนร้อน ฝั่งเขียว น้ำเงิน ม่วง คือสีโทนเย็น สีโทนร้อนให้ความรู้สึกอบอุ่น กระตือรือร้น และดูเหมือนผนังขยับเข้ามาใกล้ สีโทนเย็นให้ความรู้สึกสงบ สบาย และดูเหมือนผนังถอยห่างออกไป

ในบ้านไทยที่ร้อนเกือบทั้งปี หลายคนชอบสีโทนเย็นในห้องที่โดนแดดจัด เพราะช่วยให้ห้องดูเย็นตา แม้อุณหภูมิจริงจะไม่ได้เปลี่ยน ส่วนห้องที่อยากให้อบอุ่น เช่น ห้องกินข้าวหรือมุมนั่งเล่นตอนเย็น สีโทนร้อนแบบหม่น ๆ จะช่วยได้มาก

  • โทนร้อน: แดง ส้ม เหลือง ชมพูอมส้ม น้ำตาล
  • โทนเย็น: เขียว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง เทาอมฟ้า
  • สีกลาง: ขาว เทา เบจ ซึ่งเอียงร้อนหรือเย็นได้ตามอันเดอร์โทน
สีเดียวกันอาจเป็นได้ทั้งร้อนและเย็น เขียวอมเหลืองอุ่น เขียวอมฟ้าเย็น
มุมห้องที่ผนังสีส้มอิฐอุ่นชนกับผนังสีฟ้าเย็น มีเก้าอี้ไม้หนึ่งตัวและแสงแดดตกเป็นลายหน้าต่าง

รูปแบบการจับคู่สีแต่งบ้าน: ข้างเคียง ตรงข้าม และโทนเดียว

นักออกแบบมีสูตรจับคู่สีที่ใช้กันมานาน ไม่มีสูตรไหนถูกหรือผิด เลือกตามอารมณ์ที่อยากได้ ถ้าอยากให้ห้องนิ่ง ใช้สูตรที่สีอยู่ใกล้กัน ถ้าอยากให้ห้องมีพลัง ใช้สูตรที่สีอยู่ห่างกัน

  • โทนเดียว (Monochromatic): สีเดียวหลายความเข้ม เช่น เบจอ่อน เบจกลาง น้ำตาล ดูนิ่งและหรูง่ายที่สุด
  • สีข้างเคียง (Analogous): สีติดกันสามสีในวงจร เช่น เขียว เขียวฟ้า ฟ้า ดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติ
  • สีตรงข้าม (Complementary): เช่น น้ำเงินกับส้ม เขียวกับแดงอมชมพู ดูมีชีวิตชีวา ควรให้สีหนึ่งเป็นหลักอีกสีเป็นเน้น
  • ตรงข้ามแบบแยก (Split complementary): สีหนึ่งกับสองสีข้างสีตรงข้าม นุ่มกว่าคู่ตรงข้ามตรง ๆ
  • สามเส้า (Triadic): สามสีที่ห่างเท่ากันในวงจร สนุกแต่ต้องลดความสดลงเมื่อใช้ในบ้าน
แผ่นตัวอย่างสีโทนเขียว ฟ้า และคู่สีส้มกับน้ำเงิน วางบนม้านั่งไม้หน้าผนังสีครีมที่มีแดดส่องเฉียง

กฎ 60-30-10 คืออะไร ใช้ในห้องจริงยังไง

กฎ 60-30-10 เป็นสัดส่วนที่ทำให้ห้องดูสมดุล สีหลัก 60% มักเป็นผนังและพื้นที่ใหญ่ สีรอง 30% เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ผ้าม่าน หรือผนังเด่น และสีเน้น 10% เป็นหมอน งานศิลปะ หรือของชิ้นเล็ก

ลองนึกถึงจานข้าว ข้าว 60 กับข้าว 30 น้ำจิ้ม 10 ถ้าน้ำจิ้มเยอะเท่าข้าวก็กินไม่ไหว สีในห้องก็เหมือนกัน สีเน้นที่ดีควรน้อยแต่ชัด

กฎนี้เป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่กฎหมาย ห้องสไตล์มินิมอลอาจใช้ 70-25-5 ห้องที่อยากได้ความกล้าอาจขยับสีรองขึ้น สิ่งสำคัญคือมีสีที่เป็นเจ้าของห้องชัดเจนหนึ่งสี

  • ตัวอย่างห้องนอน: ผนังเบจ 60% ผ้าปูและหัวเตียงเขียวเสจ 30% โคมไฟและหมอนน้ำตาลอิฐ 10%
  • ตัวอย่างห้องนั่งเล่น: ผนังขาวนวล 60% โซฟาและพรมเทาอุ่น 30% งานศิลปะและแจกันน้ำเงิน 10%
ห้องนั่งเล่นผนังเบจอุ่น โซฟาผ้าสีเขียวเสจกับหมอนสีส้มอิฐ ชั้นหนังสือไม้ และเตาผิงหิน

อันเดอร์โทน ตัวการที่ทำให้สีสองสีไม่เข้ากัน

อันเดอร์โทนคือสีที่แฝงอยู่ใต้สีหลัก เทาอาจอมฟ้า อมเขียว หรืออมม่วง เบจอาจอมชมพู อมเหลือง หรืออมเขียว ถ้าเอาเทาอมฟ้ามาคู่กับเบจอมชมพู ทั้งที่ชื่อสีฟังดูเข้ากัน ห้องจะดูแปลก ๆ แบบบอกไม่ถูก

วิธีดูง่าย ๆ คือวางตัวอย่างสีไว้บนกระดาษขาวล้วน แล้วเทียบกับสีที่คล้ายกันหลาย ๆ เฉด อันเดอร์โทนจะโผล่ให้เห็นชัดขึ้นเมื่อมีสีให้เทียบ และอย่าลืมเทียบกับพื้น ไม้ และเฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่แล้ว เพราะของพวกนี้ก็มีอันเดอร์โทนเหมือนกัน

มือกำลังเทียบการ์ดสีเบจและครีมหลายเฉดบนโต๊ะคลุมผ้าลินิน ในห้องผนังขาวนวลที่มีแสงลอดเข้ามา

ทิศแสงในบ้านไทย เปลี่ยนสีบนผนังได้

สีเดียวกันในสองห้องอาจดูเหมือนคนละสี เพราะแสงต่างกัน บ้านไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร แดดแรงและเข้มเกือบทั้งปี ทิศของหน้าต่างจึงมีผลกับสีมาก

ทางที่ดีที่สุดคือทาสีตัวอย่างแผ่นใหญ่บนผนังจริงแล้วดูทั้งวัน ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มจากเฉดไหน ลองทำแบบทดสอบสีของ Voqe เพื่อหาโทนที่เข้ากับห้องก่อน

  • ทิศเหนือ: แสงนุ่มสม่ำเสมอ ค่อนข้างเย็น สีอุ่นช่วยไม่ให้ห้องดูหม่น
  • ทิศใต้: ได้แสงมากเกือบทั้งปี สีจะดูสว่างขึ้น ใช้สีหม่นหรือเข้มได้สบาย
  • ทิศตะวันออก: แสงเช้าสดใส บ่ายแล้วห้องจะเย็นลง
  • ทิศตะวันตก: แดดบ่ายร้อนและอมส้ม สีอุ่นจะดูอุ่นจัด สีโทนเย็นช่วยบาลานซ์
ผนังปูนสีเทาอมฟ้าที่มีแดดเย็นสีทองตกเป็นกรอบหน้าต่าง ม้านั่งไม้ยาววางชิดผนังบนพื้นไม้ก้างปลา

“สีในห้องก็เหมือนจานข้าว ข้าวเยอะ กับข้าวพอดี น้ำจิ้มนิดเดียวแต่ต้องเด็ด”

คำถามที่พบบ่อย

วงจรสีมีกี่สี

วงจรสีที่นิยมใช้มี 12 สี ประกอบด้วยแม่สีสามสี (แดง เหลือง น้ำเงิน) สีขั้นที่สองสามสี (ส้ม เขียว ม่วง) และสีขั้นที่สามอีกหกสี

สีโทนร้อน สีโทนเย็น มีอะไรบ้าง

สีโทนร้อนคือแดง ส้ม เหลือง และสีที่อมสีเหล่านี้ สีโทนเย็นคือเขียว ฟ้า น้ำเงิน และม่วง ส่วนขาว เทา เบจ เป็นสีกลางที่เอียงร้อนหรือเย็นได้ตามอันเดอร์โทน

กฎ 60-30-10 คืออะไร

เป็นสัดส่วนการใช้สีในห้อง สีหลัก 60% เช่น ผนัง สีรอง 30% เช่น เฟอร์นิเจอร์และผ้า และสีเน้น 10% เช่น หมอนหรืองานศิลปะ ช่วยให้ห้องดูสมดุล

ห้องร้อนควรทาสีโทนไหน

ห้องที่โดนแดดจัด โดยเฉพาะทิศตะวันตก นิยมใช้สีโทนเย็นหรือสีกลางอมเย็น เพราะช่วยให้ห้องดูเย็นตา แม้สีจะไม่ได้ลดอุณหภูมิจริง

สีตรงข้ามจับคู่ในบ้านได้ไหม

ได้ แต่ควรลดความสดลงและให้สีหนึ่งเป็นสีหลัก อีกสีเป็นสีเน้นไม่เกินราว 10% เช่น ผนังน้ำเงินหม่นกับหมอนส้มอิฐ

Voqe Studio

สีบนจอไม่เคยตรงกับสีบนผนัง

สั่งกระปุกทดลองไปทาดูที่บ้าน หรือแวะมาดูผนังคลังเฉดสีจริงที่ Voqe Studio บางพลี

ทำแบบทดสอบหาสีที่ใช่