ห้อง7 นาทีในการอ่าน

แต่งห้องมินิมอลงบน้อย เริ่มจากทิ้งของ ทาสีหนึ่งรอบ แล้วค่อยซื้อ

ห้องมินิมอลไม่ได้แพงเพราะของ แต่ดูแพงเพราะไม่มีของเกิน ทิ้งก่อน ทาสีก่อน ซื้อทีหลัง

ห้องนอนมินิมอลผนังขาวนวลรับแดดเย็น เตียงไม้ผ้าปูลินิน โคมดินเผาบนสตูลไม้ และภาพเขียนพิงผนัง
ผนังทาสองโทน ครึ่งบนขาวนวล ครึ่งล่างเบจน้ำตาล ตัดเส้นตรง มีเก้าอี้ไม้เก่าวางที่มุม
ขวดสีตัวอย่างเล็ก ๆ เรียงบนขอบหน้าต่างไม้ ไล่จากขาว ครีม เบจ เขียวเทา ถึงน้ำตาล
คำตอบสั้นๆ

การแต่งห้องมินิมอลงบน้อยควรเริ่มจากเคลียร์ของที่ไม่ได้ใช้ออกก่อน แล้วใช้การทาสีเป็นการเปลี่ยนห้องที่คุ้มที่สุด ด้วยพาเลตสามสีแบบสีพื้นหลัก สีรอง และสีเน้น จากนั้นค่อยซื้อของที่ใช้ทุกวันอย่างที่นอน ที่เก็บของ และไฟ ก่อนของตกแต่ง ห้องมินิมอลดูดีเพราะของน้อยแต่ละชิ้นตั้งใจเลือก ไม่ใช่เพราะของแพง

แต่งห้องมินิมอล เริ่มที่ถุงขยะ ไม่ใช่รถเข็นห้าง

ห้องมินิมอลที่สวยในรูปมีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน คือพื้นว่างกับผิวโต๊ะว่าง ไม่มีเงินก้อนไหนซื้อความว่างได้ ต้องได้มาจากการเอาของออก ข่าวดีคือขั้นนี้ฟรี และบางทีได้เงินคืนจากการขายของมือสองด้วย

ลองเคลียร์ทีละหมวด ไม่ใช่ทีละห้อง เสื้อผ้าทั้งหมดก่อน แล้วหนังสือ แล้วของในครัว แล้วสายชาร์จกับกล่องที่เก็บไว้เผื่อ วางทุกชิ้นในหมวดเดียวกันรวมกันก่อน จะเห็นเลยว่าเรามีแก้วน้ำมากกว่าจำนวนเพื่อนที่เคยมาบ้าน

  • เก็บ: ใช้ภายในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา หรือชอบจริงจัง
  • ขาย หรือส่งต่อ: ยังดีแต่ไม่ได้ใช้
  • ทิ้ง: พัง หมดอายุ หรือไม่รู้ว่าเก็บไว้ทำไม
  • กล่องรอตัดสินใจ: ปิดกล่อง เขียนวันที่ ครบสามเดือนแล้วไม่ได้เปิด ส่งต่อได้เลย
ของทุกชิ้นต้องมีบ้าน ถ้าไม่มีที่อยู่ประจำ มันจะไปอยู่บนโต๊ะ
เสื้อผ้า หนังสือ และตะกร้าสานคัดแยกวางเรียงพื้นข้างตู้ไม้เก่าที่เปิดว่าง หน้าผนังขาวนวล

ทาสี การเปลี่ยนห้องที่คุ้มที่สุดต่อบาท

ผนังคือพื้นผิวที่ใหญ่ที่สุดในห้อง เปลี่ยนสีผนังเท่ากับเปลี่ยนฉากหลังของทุกอย่างในห้องพร้อมกัน ห้องที่ผนังสีหม่นมีรอยมือมีคราบเทป พอทาสีใหม่สะอาด ๆ แค่วันเดียว เฟอร์นิเจอร์เดิมดูดีขึ้นทันทีโดยไม่ต้องซื้อใหม่

ก่อนซื้อสี คำนวณให้พอดีเพื่อไม่ให้เหลือทิ้ง ตัวอย่างห้องนอน 3×4 เมตร สูง 2.6 เมตร เส้นรอบห้อง 14 เมตร คูณความสูง 2.6 ได้ผนังประมาณ 36.4 ตร.ม. หักประตูและหน้าต่างราว 3.4 ตร.ม. เหลือ 33 ตร.ม. ทาสองรอบเท่ากับ 66 ตร.ม. สีอะคริลิกทั่วไปทาได้ราว 30-40 ตร.ม. ต่อแกลลอนต่อรอบ จึงใช้ประมาณสองแกลลอน แล้วเผื่ออีกราว 10% สำหรับเก็บงาน ถ้าผนังเป็นปูนเก่าที่ไม่เคยลงรองพื้นหรือผิวหยาบ ให้นับรองพื้นเพิ่มอีกหนึ่งรอบ

ถ้างบตึงมาก ไม่ต้องทาทั้งห้อง ทาแค่ผนังหัวเตียงหรือผนังหลังโต๊ะหนึ่งด้านก็เปลี่ยนห้องได้ ใช้สีน้อยกว่าครึ่ง และใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน

  • วัดผนัง: กว้าง × สูง ของแต่ละด้าน
  • หักประตูและหน้าต่าง
  • คูณจำนวนรอบ (ปกติสองรอบ)
  • หารด้วยค่าการทาต่อแกลลอนต่อรอบ
  • เผื่อเพิ่มราว 10%
ห้องว่างพร้อมทาสี มีบันไดไม้ ถาดลูกกลิ้ง และกระป๋องสีบนผ้าคลุมพื้น แดดตกบนผนังเทาอุ่น

พาเลตสามสีสำหรับห้องมินิมอลงบน้อย

ห้องมินิมอลไม่จำเป็นต้องขาวล้วน แต่ต้องมีสีน้อยและสีคุยกันรู้เรื่อง สูตรที่ใช้ง่ายคือแบ่งเป็นสามบทบาท สีพื้นหลักราว 60% อยู่บนผนังและผืนใหญ่ สีรองราว 30% อยู่ในเฟอร์นิเจอร์ ผ้าปู ผ้าม่าน และสีเน้นราว 10% อยู่ในของชิ้นเล็ก หมอน แจกัน กรอบรูป

ข้อดีของงบน้อยคือ ของเดิมที่มีอยู่แล้วกลายเป็นสีรองหรือสีเน้นได้ ถ้ามีเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อนอยู่แล้ว ให้เลือกผนังขาวนวลหรือครีมข้าวโอ๊ต ไม้จะดูอุ่นขึ้น ถ้าของเดิมเป็นสีดำหรือเทาเข้มเยอะ ผนังเทาอ่อนหรือเบจลินินจะช่วยประสานให้ห้องไม่แข็ง

  • อบอุ่น: ผนังขาวโยเกิร์ต + ไม้อ่อนและลินิน + น้ำตาลเมล็ดกาแฟ
  • นุ่มสบาย: ผนังครีมข้าวโอ๊ต + ผ้าสีลินิน + เขียวเทาใบชา
  • เรียบเท่: ผนังนวลเทา + ผ้าขาวนวล + ดำหรือเทาเข้มชิ้นเล็ก
สีเน้นอยู่ในของที่เปลี่ยนง่าย เบื่อเมื่อไหร่ เปลี่ยนแค่ปลอกหมอน
ห้องนอนผนังครีมอุ่นรับแสงหน้าต่าง ผ้าปูขาวนวล ผ้าห่มเขียวเทา และแจกันน้ำตาลเข้มบนสตูลไม้

ซื้ออะไรก่อน อะไรข้ามได้

เวลามีเงินจำกัด ให้ถามตัวเองว่าของชิ้นนี้ใช้ทุกวันไหม ถ้าใช้ทุกวัน ลงทุนให้ดีหน่อย ถ้าใช้เป็นครั้งคราวหรือมีไว้สวย รอได้ ห้องมินิมอลจะดูดีได้จริงเมื่อของที่อยู่ในสายตาตลอดเวลามีคุณภาพพอ

ของที่ควรข้ามคือของตกแต่งเป็นชุด ของจัดโปรที่ไม่ได้วางแผน และกล่องจัดระเบียบที่ซื้อมาก่อนจะรู้ว่าจะเก็บอะไร กล่องจัดระเบียบเป็นคำตอบหลังเคลียร์ของ ไม่ใช่ก่อน

  • ซื้อก่อน: ที่นอนกับผ้าปูดี ๆ หนึ่งชุด
  • ซื้อก่อน: ตู้หรือชั้นที่ปิดเก็บของได้
  • ซื้อก่อน: หลอดไฟวอร์มไวท์และโคมตั้งพื้นหนึ่งดวง
  • ซื้อก่อน: ผ้าม่านสีอ่อนที่ยาวเกือบถึงพื้น
  • ข้ามได้: ของตกแต่งเป็นชุด ป้ายคำคม ดอกไม้ปลอมหลายแจกัน
  • ข้ามได้: เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่ยังไม่แน่ใจขนาด
ห้องนอนผนังเทาอุ่น ตู้ไม้บานปิดสีอ่อน โคมตั้งพื้นผ้าจีบ ผ้าม่านลินินยาวถึงพื้น และเตียงผ้าปูขาว

ไอเดีย DIY แต่งห้องสไตล์มินิมอลงบน้อย

งาน DIY ที่ดีสำหรับห้องมินิมอลคืองานที่ลดของ ไม่ใช่เพิ่มของ งานที่ทำให้ของเดิมกลืนกับห้อง หรือทำให้ห้องดูตั้งใจขึ้นโดยไม่ต้องซื้ออะไรชิ้นใหญ่

ทาสีเฟอร์นิเจอร์เก่าสีเดียวกับผนัง เป็นทริกที่คนมองข้าม ตู้ลิ้นชักเก่าที่ทาสีเดียวกับผนังจะหายไปในห้อง เหลือแค่รูปทรง ส่วนการทาสีผนังครึ่งล่างให้เข้มกว่าครึ่งบน ช่วยซ่อนรอยขาเก้าอี้และรอยมือได้ดีมาก เหมาะกับห้องที่ใช้งานหนัก

  • ทาสีตู้หรือชั้นเก่าให้เป็นสีเดียวกับผนัง
  • ทาผนังสองโทน ครึ่งล่างเข้มกว่า ตัดเส้นตรงด้วยเทปกาว
  • ถอดประตูตู้ที่ไม่ได้ใช้ เปลี่ยนเป็นผ้าม่านผ้าลินิน
  • รวมรูปทั้งหมดเหลือกรอบใหญ่กรอบเดียว
  • เปลี่ยนมือจับตู้เป็นแบบเรียบชุดเดียวกันทั้งห้อง
ถ้าทำเองแล้วไม่แน่ใจเรื่องสี ลองขวดตัวอย่างก่อน ทาเป็นแผ่นใหญ่ ๆ บนผนังจริง
ตู้ลิ้นชักเก่าทาสีครีมกลืนกับผนังขาวนวล บนตู้มีเหยือกดินเผากับกิ่งไม้ และภาพกรอบใหญ่กรอบเดียว

“มินิมอลไม่ใช่ซื้อน้อย แต่คือทิ้งเก่ง”

คำถามที่พบบ่อย

แต่งห้องมินิมอลต้องใช้อะไรบ้าง

ใช้ของน้อยกว่าที่คิด ที่สำคัญคือที่นอนที่ดี ที่เก็บของแบบปิด ไฟวอร์มไวท์ ผ้าม่าน และผนังสีสะอาด ๆ หนึ่งโทน ที่เหลือคือของที่ใช้ทุกวันและชอบจริง

แต่งห้องสไตล์มินิมอลงบน้อยเริ่มยังไง

เริ่มจากเคลียร์ของที่ไม่ใช้ แล้วทาสีผนังใหม่ จากนั้นซื้อของที่ใช้ทุกวันก่อน เช่นที่นอน ที่เก็บของ และไฟ ส่วนของตกแต่งค่อยเพิ่มทีหลังทีละชิ้น

ห้อง 3×4 เมตร ใช้สีกี่แกลลอน

ผนังสูง 2.6 เมตร หักประตูหน้าต่างแล้วราว 33 ตร.ม. ทาสองรอบเท่ากับ 66 ตร.ม. ถ้าสีทาได้ 30-40 ตร.ม. ต่อแกลลอนต่อรอบ จะใช้ประมาณสองแกลลอน เผื่ออีกราว 10% และนับรองพื้นแยกถ้าผนังต้องใช้

ห้องมินิมอลใช้สีอะไรดี

นิยมสีขาวนวล ครีม เบจอ่อน และเทาอ่อนเป็นสีพื้นหลัก แล้วใช้ไม้ ผ้าลินิน และสีเข้มชิ้นเล็กเป็นสีรองและสีเน้น ตามสูตร 60-30-10

ห้องมินิมอลต้องขาวทั้งห้องไหม

ไม่จำเป็น สีอะไรก็ได้ถ้าจำนวนสีน้อยและเข้ากัน ห้องมินิมอลโทนเบจ เทาอุ่น หรือเขียวเทาก็สงบได้เหมือนกัน และมักอบอุ่นกว่าขาวล้วน

Voqe Studio

สีบนจอไม่เคยตรงกับสีบนผนัง

สั่งกระปุกทดลองไปทาดูที่บ้าน หรือแวะมาดูผนังคลังเฉดสีจริงที่ Voqe Studio บางพลี

สั่งขวดตัวอย่างสีลองก่อน