ห้อง9 นาทีในการอ่าน

วัสดุตกแต่งผนังภายใน 8 แบบ เทียบกันชัด ๆ แบบไหนเหมาะกับบ้านไทย

ผนังหนึ่งด้านมีทางเลือกเยอะกว่าที่คิด แต่ในอากาศชื้นแบบบ้านเรา คำถามแรกไม่ใช่สวยไหม แต่คือชื้นแล้วเป็นยังไง

ห้องนั่งเล่นผนังผิวปูนด้านโทนเบจเทารับแสงหน้าต่าง โซฟาผ้าสีขาวนวล โต๊ะไม้ และแจกันกิ่งไม้แห้ง
ผนังผิวปูนด้านโทนเทาอุ่นมีลายเฉดเคลื่อนไหว แสงแดดตกเป็นกรอบหน้าต่าง และแก้วเซรามิกบนพื้นไม้
ระแนงไม้สีอ่อนติดบนผนังสีเขียวเข้ม รับเงาใบปาล์ม ข้างโต๊ะไม้เก่าและพื้นหิน
คำตอบสั้นๆ

วัสดุตกแต่งผนังภายในที่นิยมมี 8 แบบ ได้แก่ สีทาผนัง สีเท็กซ์เจอร์หรือสีสไตล์ลายปูน วอลเปเปอร์ แผ่นไม้หรือไม้เทียม WPC ระแนงติดผนัง หินหรืออิฐเทียม กระเบื้อง และแผ่นผ้าบุผนัง สำหรับบ้านไทยที่อากาศชื้น ควรเลือกจากความเสี่ยงเรื่องความชื้นและเชื้อราก่อน แล้วค่อยดูหน้าตาและงบ สีและกระเบื้องดูแลง่ายที่สุด ส่วนวอลเปเปอร์และผ้าต้องระวังผนังชื้นมากที่สุด

เลือกวัสดุตกแต่งผนังภายในยังไง ถามห้าข้อนี้ก่อน

ผนังหนึ่งด้านต้องอยู่กับเราหลายปี การเลือกวัสดุจากรูปสวย ๆ อย่างเดียวเหมือนเลือกรองเท้าจากรูปโดยไม่ลองใส่ บ้านไทยมีโจทย์เฉพาะที่ต้องคิดก่อน คือความชื้นสูงเกือบทั้งปี ฝนตกหนัก แดดแรง และในบางพื้นที่ยังมีเรื่องปลวก

ก่อนดูแคตตาล็อก ให้เดินไปเอามือแตะผนังที่จะทำ ถ้าผนังเย็นชื้น มีคราบน้ำ สีพองหรือมีรา ให้แก้ต้นเหตุความชื้นก่อน วัสดุอะไรก็ตามที่ปิดทับผนังชื้นจะกลายเป็นที่ซ่อนของปัญหา

  • ผนังนี้ชื้นไหม เคยมีน้ำซึม รา หรือสีพองหรือเปล่า
  • ห้องนี้ใช้งานหนักแค่ไหน มีเด็ก สัตว์เลี้ยง หรือโดนมือบ่อยไหม
  • อยากให้อยู่ได้นานแค่ไหน และอยากเปลี่ยนบ่อยไหม
  • ผนังรับน้ำหนักได้แค่ไหน ถ้าเป็นคอนโด นิติอนุญาตให้เจาะหรือติดอะไรบ้าง
  • งบรวมค่าติดตั้งและค่าดูแลในอนาคตเท่าไร ไม่ใช่แค่ค่าวัสดุ
เก้าอี้ไม้เก่าวางผ้าลินินพับ แผ่นกระเบื้องตัวอย่าง และก้อนไม้ ในมุมห้องผนังขาวนวลมีบัวผนัง

สีทาผนังและสีเท็กซ์เจอร์ วัสดุพื้นฐานที่ยืดหยุ่นที่สุด

สีทาผนังอะคริลิกคือวัสดุตกแต่งผนังที่ระดับราคาต่ำที่สุดเมื่อเทียบต่อพื้นที่ ทาเองได้ เปลี่ยนสีได้ง่าย และไม่สร้างช่องว่างหลังผนังให้ความชื้นสะสม ถ้าผนังมีปัญหาในอนาคต ก็มองเห็นได้ทันที ข้อจำกัดคือผิวเรียบ ถ้าอยากได้มิติหรือความรู้สึกของวัสดุจริง สีเรียบอย่างเดียวจะไม่ให้

สีเท็กซ์เจอร์และสีสไตล์ลายปูน เช่นสีแบบ limewash หรือสีมิเนอรัล ให้ผิวด้านนุ่ม มีความเคลื่อนไหวของเฉดคล้ายหินหรือผิวปูนเก่า โดยยังเป็นงานสีที่ไม่ต้องติดแผ่นอะไรเพิ่ม ระดับราคากลาง ต้องใช้ฝีมือมากกว่าสีเรียบ และนิยมใช้เป็นผนังเด่นหนึ่งด้าน Voqe Mineral Finish เป็นสีมิเนอรัลสไตล์ lime wash แบบนี้ ทาได้ทั้งผนังภายในและภายนอก

  • สีทาผนัง: ระดับราคาต่ำ ความเสี่ยงความชื้นต่ำ ดูแลง่าย ทาซ่อมได้
  • สีเท็กซ์เจอร์หรือสีลายปูน: ระดับราคากลาง มีมิติ ต้องใช้ฝีมือ ซ่อมเฉพาะจุดยากกว่าสีเรียบ
  • เหมาะกับ: ทุกห้อง โดยเฉพาะห้องที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ่อย
ห้องนอนผนังหัวเตียงผิวปูนด้านโทนเบจ ผนังข้างทาสีขาวเรียบ เตียงไม้ผ้าปูลินิน และโคมเซรามิกบนสตูล

วอลเปเปอร์และแผ่นผ้าบุผนัง สวยชัด แต่ต้องคุยเรื่องความชื้น

วอลเปเปอร์ให้ลวดลายที่สีทำไม่ได้ ดอกไม้ ลายเส้น หรือผิวคล้ายผ้า ระดับราคากลาง ขึ้นกับชนิดและลาย แต่ในบ้านไทยต้องระวังเรื่องความชื้น ถ้าผนังด้านหลังชื้นหรือติดห้องน้ำ ความชื้นอาจติดอยู่ระหว่างผนังกับกระดาษ จนเกิดราและขอบลอก การลอกวอลเปเปอร์ออกในอนาคตก็ใช้แรงพอสมควร มักต้องซ่อมผิวผนังก่อนทาสีใหม่

แผ่นผ้าบุผนังหรือแผ่นซับเสียงหุ้มผ้า ช่วยเรื่องเสียงก้องและให้ความนุ่มที่หัวเตียงหรือห้องดูหนัง ระดับราคากลางถึงสูง แต่ผ้าเก็บฝุ่นและความชื้นได้ จึงเหมาะกับห้องแอร์ที่ปิดสนิทมากกว่าห้องที่เปิดลมชื้นเข้าออกตลอดวัน

  • วอลเปเปอร์: ระดับราคากลาง ความเสี่ยงความชื้นสูงถ้าผนังชื้น ลอกออกยาก
  • ผ้าบุผนัง: ระดับราคากลางถึงสูง ช่วยเรื่องเสียง เก็บฝุ่น ต้องดูดฝุ่นเป็นประจำ
  • เลี่ยง: ผนังติดห้องน้ำ ผนังภายนอกที่โดนฝนสาด และผนังที่เคยมีน้ำซึม
อยากได้ลวดลายแต่กลัวชื้น ลองทาสีบล็อกเป็นรูปทรง หรือใช้สีลายปูนแทน
มุมอ่านหนังสือผนังวอลเปเปอร์ลายดอกไม้โทนอ่อน อาร์มแชร์กำมะหยี่ โคมตั้งพื้นทองเหลือง และหัวเตียงบุผ้า

แผ่นตกแต่งผนังภายใน ไม้เทียม และระแนงติดผนัง

แผ่นไม้และระแนงให้ความอบอุ่นแบบที่สีให้ไม่ได้ เหมาะกับผนังทีวี หัวเตียง และผนังโถงทางเข้า ทางเลือกหลัก ๆ คือไม้จริง แผ่นไม้อัดหรือ MDF ปิดผิว และไม้เทียม WPC ซึ่งผสมเนื้อไม้กับพลาสติก ไม้เทียมได้รับความนิยมในบ้านไทยเพราะทนความชื้นได้ดีกว่าไม้จริงและ MDF และปลวกไม่ค่อยกิน แต่ผิวบางรุ่นยังดูเป็นพลาสติกถ้ามองใกล้

จุดที่ต้องระวังของงานแผ่นและระแนงคือช่องว่างด้านหลัง ถ้าติดบนผนังที่ชื้น หรือไม่มีช่องให้อากาศผ่าน ความชื้นจะสะสมด้านหลังโดยที่เรามองไม่เห็น ไม้จริงและ MDF มีโอกาสบวมหรือเป็นรา และเป็นที่ซ่อนของปลวก ควรแก้ความชื้นผนังก่อน ใช้โครงที่ทนชื้น และถ้าเป็นคอนโด ต้องเช็กกฎเรื่องการเจาะยึดก่อน

ระแนงติดผนังเป็นทางสายกลางที่ดี ได้เส้นสายของไม้ ใช้วัสดุน้อยกว่าการปิดทั้งผนัง และถ้าทาสีผนังด้านหลังเป็นสีเข้ม เส้นระแนงจะเด่นขึ้นมาก

  • ไม้จริง: ระดับราคาสูง อบอุ่นที่สุด เสี่ยงปลวกและความชื้น ต้องดูแล
  • MDF หรือไม้อัดปิดผิว: ระดับราคากลาง เรียบสวย ไม่ทนน้ำ
  • ไม้เทียม WPC: ระดับราคากลาง ทนชื้นดีกว่า ปลวกไม่ค่อยกิน หน้าตาบางรุ่นดูเป็นพลาสติก
  • ระแนงติดผนัง: ระดับราคากลาง ใช้วัสดุน้อยกว่า เข้ากับผนังสีเข้มด้านหลัง
ผนังทีวีระแนงไม้สีอ่อนบนผนังสีเขียวเข้ม ตู้ไม้เตี้ย และเก้าอี้ผ้าสองตัวข้างหน้าต่าง

หินเทียม อิฐเทียม และกระเบื้อง ทนทาน แต่หนักและเปลี่ยนยาก

แผ่นหินเทียมและอิฐเทียมให้ผนังที่ดูหนักแน่นแบบลอฟท์หรือบ้านชนบท ระดับราคากลางถึงสูง ทนทาน ไม่กลัวความชื้นเท่าวอลเปเปอร์ แต่มีน้ำหนัก ต้องติดบนผนังที่รับได้ และรื้อออกยาก ถ้าเบื่อในอีกห้าปี การเปลี่ยนคือการสกัดผนัง

กระเบื้องคือวัสดุผนังที่ดูแลง่ายที่สุดในจุดที่เปียก ครัว ห้องน้ำ และหลังอ่างล้างจาน ระดับราคากลางถึงสูงตามรุ่น ข้อเสียคือมีร่องยาแนวที่สกปรกได้ และติดตั้งแล้วเปลี่ยนยาก ถ้ากระเบื้องเก่ายังแน่นดีแต่หน้าตาไม่ถูกใจ การเคลือบสีทับกระเบื้องเดิมเป็นทางเลือกที่ไม่ต้องรื้อ

  • หินหรืออิฐเทียม: ระดับราคากลางถึงสูง ทนชื้น หนัก รื้อยาก
  • กระเบื้อง: ระดับราคากลางถึงสูง ทนน้ำที่สุด ร่องยาแนวต้องดูแล
  • เหมาะกับ: ครัว ห้องน้ำ ผนังเด่นในโถง และผนังที่โดนน้ำบ่อย
ผนังครัวกระเบื้องขาวทำมือหลังเคาน์เตอร์หิน เขียงไม้และเหยือกดินเผา ข้างทางเดินผนังหินธรรมชาติ

สรุปวัสดุตกแต่งผนังภายในแต่ละห้อง

ไม่มีวัสดุที่ดีที่สุดสำหรับทุกผนัง แต่มีวัสดุที่เหมาะที่สุดสำหรับผนังนั้น ๆ หลักง่าย ๆ คือ ยิ่งผนังเสี่ยงชื้น ยิ่งควรเลือกวัสดุที่ไม่ปิดทับความชื้นไว้ ยิ่งอยากเปลี่ยนบ่อย ยิ่งควรเลือกวัสดุที่เปลี่ยนง่าย

หลายบ้านที่ดูดีที่สุดใช้วัสดุผสมกันเพียงสองถึงสามแบบ ผนังส่วนใหญ่เป็นสี แล้วมีผนังเด่นหนึ่งด้านเป็นผิวลายปูนหรือระแนงไม้ และใช้กระเบื้องเฉพาะจุดเปียก ผลคือบ้านมีมิติ แต่ไม่วุ่นวาย

  • ห้องนอน: สีหรือสีลายปูนที่หัวเตียง ผ้าบุถ้าเป็นห้องแอร์ปิด
  • ห้องนั่งเล่น: สี ผนังทีวีเป็นระแนงหรือผิวลายปูน
  • ครัว: สีที่เช็ดได้ กระเบื้องหลังเคาน์เตอร์
  • ห้องน้ำ: กระเบื้องในโซนเปียก สีนอกโซนเปียก
  • โถงและบันได: สีครึ่งล่างเข้ม หรือผิวลายปูนที่ทนรอยมือ
  • คอนโด: สีและวัสดุที่ไม่ต้องเจาะเยอะ
ถ้าไม่แน่ใจ เริ่มจากสี เพราะเป็นวัสดุเดียวที่ตัดสินใจผิดแล้วแก้ได้ในวันเดียว
ครัวที่ผสมวัสดุ ผนังเด่นผิวปูนโทนเทาเบจ ผนังทาสีขาว และกระเบื้องเฉพาะหลังอ่างล้างจาน

“ผนังสวยดูได้ด้วยตา ผนังที่เลือกวัสดุถูกดูได้ด้วยเวลา”

คำถามที่พบบ่อย

วัสดุตกแต่งผนังภายในมีอะไรบ้าง

ที่นิยมมี สีทาผนัง สีเท็กซ์เจอร์หรือสีลายปูน วอลเปเปอร์ แผ่นไม้และไม้เทียม WPC ระแนงติดผนัง หินหรืออิฐเทียม กระเบื้อง และแผ่นผ้าบุผนัง แต่ละแบบต่างกันที่หน้าตา ระดับราคา ความทนชื้น และการดูแล

ไม้เทียมตกแต่งผนังดีไหม

เหมาะกับบ้านไทยที่ชื้นมากกว่าไม้จริงและ MDF เพราะทนความชื้นได้ดีกว่าและปลวกไม่ค่อยกิน แต่ควรติดบนผนังที่แห้ง มีโครงที่ทนชื้น และเลือกรุ่นที่ผิวดูเป็นธรรมชาติ

ระแนงติดผนังต้องระวังอะไร

ระวังผนังด้านหลังที่ชื้น เพราะความชื้นจะสะสมหลังระแนงโดยมองไม่เห็น ถ้าเป็นไม้จริงต้องระวังปลวก และในคอนโดต้องเช็กกฎนิติเรื่องการเจาะยึดก่อน

วอลเปเปอร์กับทาสี แบบไหนเหมาะกับบ้านไทย

สีเหมาะกับบ้านไทยส่วนใหญ่มากกว่า เพราะไม่เก็บความชื้นไว้หลังผนัง ทาซ่อมง่าย และเปลี่ยนได้เร็ว วอลเปเปอร์เหมาะกับผนังที่แห้งและห้องแอร์ที่ควบคุมความชื้นได้

แผ่นตกแต่งผนังภายในแบบไหนไม่ขึ้นรา

ไม่มีวัสดุไหนกันราได้ถ้าผนังด้านหลังชื้น ต้องแก้ต้นเหตุความชื้นก่อน จากนั้นวัสดุที่ไม่ปิดทับผนัง เช่นสี หรือวัสดุที่ทนชื้นอย่างกระเบื้องและไม้เทียม WPC มีความเสี่ยงน้อยกว่าวอลเปเปอร์ ผ้า และ MDF

Voqe Studio

สีบนจอไม่เคยตรงกับสีบนผนัง

สั่งกระปุกทดลองไปทาดูที่บ้าน หรือแวะมาดูผนังคลังเฉดสีจริงที่ Voqe Studio บางพลี

ดูผนังลายปูน Mineral Finish