ทาสีบ้านภายนอกสีอะไรดี วิธีเลือกสีทาบ้านภายนอกทีละขั้น ไม่ต้องเดา
สีบ้านภายนอกไม่ได้เลือกจากชาร์ตสี แต่เลือกจากหลังคา แดด ฝน และบ้านข้าง ๆ ทำตามหกขั้นนี้ให้ครบ แล้วค่อยเปิดถังสี



การเลือกว่าจะทาสีบ้านภายนอกสีอะไรดี ควรเริ่มจากสีหลังคาและวัสดุที่เปลี่ยนไม่ได้ก่อน จากนั้นดูบริบทรอบบ้าน ทิศแดด ความร้อน และคราบฝน แล้วจึงวางสัดส่วนสีตัวบ้าน ขอบ และสีเน้น สุดท้ายให้ทาสีตัวอย่างแผ่นใหญ่บนผนังทิศเหนือและทิศตะวันตก แล้วดูหลายช่วงเวลาก่อนตัดสินใจ
ขั้นที่ 1 เริ่มจากสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้
ความผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดคือเลือกสีผนังจากรูปบ้านคนอื่น แล้วมารู้ตัวว่าหลังคาบ้านเราเป็นสีส้มอิฐ หรือกรอบหน้าต่างเป็นอลูมิเนียมสีชา สีบ้านภายนอกจึงต้องเริ่มจากของที่อยู่มาก่อนและจะอยู่ต่อไป แล้วเลือกสีผนังให้เข้ากับมัน เหมือนแต่งตัวโดยเริ่มจากรองเท้าคู่ที่ต้องใส่แน่ ๆ
เดินรอบบ้านแล้วจดว่าอะไรบ้างที่ไม่เปลี่ยน ถ่ายรูปตอนกลางวันไว้ด้วย หลังคามักเป็นพื้นที่สีที่ใหญ่ที่สุดรองจากผนัง และเป็นตัวกำหนดว่าบ้านควรไปทางโทนอุ่นหรือโทนเย็น
- สีและวัสดุหลังคา
- กรอบหน้าต่างและประตู (ดำ ขาว สีชา หรือไม้)
- หิน อิฐโชว์แนว หรือกระเบื้องที่ผนังและพื้นหน้าบ้าน
- รั้วและประตูรั้วที่จะไม่ทาใหม่
- สีพื้นทางเข้าและโรงรถ

ขั้นที่ 2 ดูบ้านข้าง ๆ และกฎของหมู่บ้าน
บ้านไม่ได้ตั้งอยู่ลำพัง ลองยืนที่ถนนหน้าบ้านแล้วมองซ้ายขวา สีที่เข้ากับละแวกจะดูสวยกว่าสีที่พยายามแข่งกับทุกหลัง ไม่ได้แปลว่าต้องทาเหมือนเพื่อนบ้าน แต่ควรอยู่ในโทนที่คุยกันได้ เช่น ถ้าทั้งซอยเป็นบ้านโทนอุ่น บ้านเทาเย็นจัดจะดูหลุดออกมา
ถ้าอยู่หมู่บ้านจัดสรรหรือโครงการ ให้ถามนิติบุคคลก่อนว่ามีข้อกำหนดเรื่องสีภายนอกไหม บางโครงการกำหนดโทนสีหรือให้ยื่นขออนุมัติก่อนเปลี่ยน ถามก่อนประหยัดกว่าทาสองรอบ ส่วนต้นไม้ใหญ่และสวนรอบบ้านก็เป็นส่วนหนึ่งของภาพ บ้านท่ามกลางต้นไม้จะเข้ากับโทนดิน ครีม และเขียวหม่นได้ง่าย
- ถ่ายรูปบ้านเราพร้อมบ้านสองข้างในเฟรมเดียว
- ถามนิติบุคคลเรื่องข้อกำหนดสีภายนอก
- ดูสีที่เด่นในซอย แล้วเลือกให้คุยกันได้ ไม่ต้องเหมือน
- ถ้ามีสวนหรือต้นไม้ใหญ่ ให้นับสีเขียวเป็นหนึ่งในสีของบ้าน

ขั้นที่ 3 ทิศแดดและความร้อน เรื่องที่บ้านไทยต้องคิดก่อนเรื่องสวย
สีอ่อนสะท้อนแสงและความร้อนได้มากกว่าสีเข้ม เรื่องนี้สำคัญมากในเมืองไทย ผนังที่โดนแดดบ่ายทางทิศตะวันตกจะร้อนสะสมจนห้องข้างในอุ่นไปถึงค่ำ ถ้าผนังนั้นเป็นสีเข้ม ความร้อนจะยิ่งมาก และสีเข้มบนผนังที่โดนแดดจัดมักเห็นการซีดชัดกว่าสีอ่อน
แต่ไม่ได้แปลว่าต้องทาขาวทั้งบ้าน สีเข้มใช้ได้ในจุดที่มีร่ม เช่น ใต้ชายคายาว ผนังที่มีต้นไม้บัง หรือส่วนที่ไม่ใช่ผนังห้องนอน และจำไว้ว่าแดดแรงทำให้สีดูอ่อนลง สีที่เลือกในร้านจึงมักดูซีดกว่าที่คิดเมื่ออยู่กลางแดด
- ถ้าผนังหลักหันทิศตะวันตกหรือโดนแดดบ่ายเต็ม ๆ ให้ตัวบ้านเป็นสีอ่อน
- ถ้าบ้านมีชายคายาวหรือต้นไม้บัง ใช้สีกลางถึงเข้มได้มากขึ้น
- ถ้าชอบสีเข้ม ใช้เป็นแถบ กล่อง หรือประตู แทนผนังทั้งหลัง
- ถ้าบ้านอยู่กลางแจ้งไม่มีร่มเลย เลี่ยงสีเข้มบนผนังห้องนอน

ขั้นที่ 4 คิดเรื่องฝน ฝุ่น และคราบตั้งแต่วันเลือกสี
หน้าฝนคือบททดสอบจริงของสีบ้าน น้ำฝนที่ไหลจากขอบหน้าต่างและกันสาดจะทิ้งคราบเป็นทาง ดินที่กระเด็นจากพื้นจะเปื้อนผนังช่วงล่าง และผนังที่ได้แดดน้อยมักชื้นนานจนตะไคร่หรือราขึ้นได้ง่ายกว่า
สีกลาง ๆ อย่างเบจ ทราย เทาอุ่น และครีมหม่น ซ่อนคราบได้ดีกว่าขาวล้วนและดำล้วน ถ้าอยากได้บ้านสีอ่อนมาก ให้ใช้สีเข้มกว่าที่ผนังช่วงล่าง และดูแลขอบกันน้ำ รางน้ำ และชายคาให้ดี ส่วนผนังที่มีตะไคร่หรือราอยู่แล้ว ต้องล้างและแก้ความชื้นก่อนทาใหม่ทุกครั้ง สีใหม่ไม่ได้ปิดปัญหาเดิม
- ขาวล้วน: เห็นคราบฝนและดินเร็วที่สุด
- ดำหรือเทาเข้มมาก: เห็นฝุ่นสีขาวและรอยซีดชัด
- เบจ ทราย เทาอุ่น ครีมหม่น: ซ่อนคราบได้ดี ดูแลง่าย
- ผนังช่วงล่างสีเข้มกว่า: ช่วยซ่อนดินกระเด็น

ขั้นที่ 5 วางสัดส่วนสีตัวบ้าน ขอบ สีเน้น และเลือกความเงา
บ้านที่ดูดีส่วนใหญ่ใช้สีไม่เกินสามสีหลัก สีตัวบ้านคือพื้นที่ใหญ่ที่สุด สีรองใช้กับขอบหน้าต่าง บัว เสา หรือแถบ และสีเน้นใช้กับประตูหน้าบ้านหรือจุดเล็ก ๆ ที่อยากให้คนมอง ไม่นับไม้และหินที่เป็นวัสดุจริง
เรื่องความเงาก็สำคัญ ผิวด้านหรือกึ่งด้านช่วยพรางรอยไม่เรียบของผนังปูนได้ดี เหมาะกับตัวบ้าน ส่วนผิวที่เงาขึ้นเช็ดทำความสะอาดง่ายกว่าและทนการขัดถูกว่า เหมาะกับขอบ ประตู และจุดที่มือแตะบ่อย แต่จะฟ้องรอยไม่เรียบของผนังชัดขึ้น
- สีตัวบ้าน: ประมาณ 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของผนัง
- สีรอง: ประมาณ 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ใช้กับขอบ บัว และแถบ
- สีเน้น: ไม่เกินราว 10 เปอร์เซ็นต์ เช่น ประตูหน้าบ้าน
- ตัวบ้าน: ผิวด้านหรือกึ่งด้าน
- ขอบ ประตู และจุดที่จับบ่อย: ผิวที่เงาขึ้น เช็ดง่าย

ขั้นที่ 6 ทดสอบสีบนผนังจริง ทิศเหนือและทิศตะวันตก
อย่าตัดสินใจจากชิปสีขนาดนิ้วโป้ง ทาสีตัวอย่างแผ่นใหญ่อย่างน้อยประมาณ 50 x 50 เซนติเมตร หรือทาบนแผ่นบอร์ดแล้ววางพิงผนัง ทาสองชั้นให้เหมือนของจริง แล้ววางบนผนังสองด้าน คือด้านทิศเหนือที่แสงนุ่มที่สุด และด้านทิศตะวันตกที่โดนแดดบ่ายแรงที่สุด สีเดียวกันจะดูต่างกันจนแปลกใจ
ดูให้ครบสี่ช่วง เช้า เที่ยง แดดเย็น และกลางคืนใต้ไฟหน้าบ้าน แล้วเดินออกไปดูจากถนน เพราะคนส่วนใหญ่เห็นบ้านจากระยะนั้น ถ้าอยากลองหลายสีพร้อมกัน Voqe มีกระปุกทดลองขนาด 100 มล. ให้ลองทาบนผนังจริงก่อนสั่งทั้งบ้าน
- 1. เลือกสีที่ผ่านขั้นที่ 1 ถึง 5 ไว้สองถึงสามตัว
- 2. ทาแผ่นตัวอย่างขนาดใหญ่สองชั้น บนผนังหรือบนบอร์ด
- 3. วางบนผนังทิศเหนือและทิศตะวันตก
- 4. ดูตอนเช้า เที่ยง แดดเย็น และกลางคืน
- 5. ดูจากถนนหน้าบ้าน ไม่ใช่ยืนชิดผนัง
- 6. ทิ้งไว้สองสามวัน ตัวที่ยังชอบอยู่คือตัวที่ใช่

“สีบ้านที่ดีไม่ได้สวยแค่วันทาเสร็จ แต่ยังดูดีหลังผ่านหน้าฝนไปอีกหลายรอบ”
คำถามที่พบบ่อย
ทาสีบ้านภายนอกสีอะไรดี ไม่ร้อน
สีอ่อนอย่างขาวนวล ครีม เบจอ่อน และเทาอ่อน สะท้อนแสงและความร้อนได้ดีกว่าสีเข้ม เหมาะกับผนังที่โดนแดดบ่าย ถ้าชอบสีเข้ม ให้ใช้เป็นแถบหรือประตู หรือใช้บนผนังที่มีชายคาและต้นไม้บัง
สีบ้านภายนอกสีอะไรไม่เลอะง่าย
สีกลาง ๆ อย่างเบจ ทราย เทาอุ่น และครีมหม่น ซ่อนฝุ่นและคราบฝนได้ดีกว่าขาวล้วนและดำล้วน การทำผนังช่วงล่างให้เข้มกว่าก็ช่วยซ่อนดินกระเด็นได้
สีทาบ้านภายนอกควรใช้แบบด้านหรือเงา
ตัวบ้านนิยมผิวด้านหรือกึ่งด้าน เพราะพรางรอยไม่เรียบของผนังได้ดี ส่วนขอบ ประตู และจุดที่จับบ่อยนิยมผิวที่เงาขึ้น เพราะเช็ดทำความสะอาดง่ายกว่า
ทาสีบ้านภายนอกกี่สีดี
ส่วนใหญ่ไม่เกินสามสีหลัก คือสีตัวบ้าน สีรองสำหรับขอบหรือแถบ และสีเน้นสำหรับประตู ไม่นับไม้และหินที่เป็นวัสดุจริง
ลองสีทาบ้านภายนอกยังไงก่อนทาจริง
ทาสีตัวอย่างแผ่นใหญ่ประมาณ 50 x 50 เซนติเมตร สองชั้น บนผนังทิศเหนือและทิศตะวันตก แล้วดูตอนเช้า เที่ยง เย็น และกลางคืน รวมถึงดูจากถนนหน้าบ้านก่อนตัดสินใจ

สีบนจอไม่เคยตรงกับสีบนผนัง
สั่งกระปุกทดลองไปทาดูที่บ้าน หรือแวะมาดูผนังคลังเฉดสีจริงที่ Voqe Studio บางพลี
ส่งรูปบ้านให้ทีมช่วยเลือกสี







