สีทาภายในไม่มีกลิ่น มีจริงไหม เลือกสีทาห้องนอนให้กลิ่นน้อย และนอนได้เมื่อไหร่
อยากทาห้องนอนใหม่แต่ไม่อยากนอนดมกลิ่นสีทั้งคืน ข่าวดีคือเลือกถูกตัว และวางแผนถูกวัน กลิ่นจะเหลือแค่ความทรงจำจาง ๆ



สีทาภายในที่ไม่มีกลิ่นเลย 100% แทบไม่มีอยู่จริง แต่สีน้ำอะคริลิกแบบ low VOC มีกลิ่นน้อยกว่าสีน้ำมันมาก และกลิ่นจางเร็วกว่า ถ้าจะทาห้องนอนที่ยังอยู่อาศัย ให้เลือกสีน้ำ low VOC เปิดหน้าต่างระบายอากาศระหว่างทาและหลังทา และรออย่างน้อยหนึ่งถึงสองวันก่อนกลับเข้าไปนอน
สีทาภายในไม่มีกลิ่น มีจริงไหม ทำไมสีถึงมีกลิ่น
กลิ่นสีมาจากสารที่ระเหยออกมาตอนสีแห้ง ส่วนหนึ่งคือสารที่เรียกว่า VOC (Volatile Organic Compounds) หรือสารอินทรีย์ระเหยง่าย อีกส่วนคือส่วนผสมอื่น ๆ ในเนื้อสี ตราบใดที่สียังแห้งและบ่มตัว ก็ยังมีบางอย่างระเหยออกมา จึงแทบไม่มีสีที่ไม่มีกลิ่นเลยแม้แต่นิดเดียว
คำว่า สีไร้กลิ่น บนโฆษณา ส่วนใหญ่จึงควรอ่านว่า กลิ่นน้อยมาก มากกว่า ไม่มีกลิ่นเลย ซึ่งไม่ใช่เรื่องแย่ สีกลิ่นน้อยที่ดีจะได้กลิ่นจาง ๆ ตอนทา แล้วหายไปภายในไม่กี่วันเมื่ออากาศถ่ายเท เหมือนกลิ่นผ้าปูที่นอนใหม่ ที่ซักหนึ่งรอบก็หาย
- กลิ่นแรงที่สุด: ระหว่างทา และชั่วโมงแรก ๆ หลังทา
- กลิ่นค่อย ๆ จาง: ระหว่างที่สีแห้งและบ่มตัวในวันต่อ ๆ มา
- สิ่งที่ทำให้กลิ่นค้างนาน: ห้องปิด อากาศชื้น ทาหนาเกินไป

สีน้ำกับสีน้ำมัน และ low VOC แปลว่าอะไร
สีทาบ้านแบ่งกว้าง ๆ เป็นสีน้ำ (water-based) ที่ใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย กับสีน้ำมันหรือสีที่ใช้ตัวทำละลาย (solvent-based) สีน้ำอะคริลิกมีกลิ่นน้อยกว่ามาก ล้างแปรงด้วยน้ำได้ เหมาะกับผนังภายในบ้านที่มีคนอยู่ ส่วนสีน้ำมันมักใช้กับเหล็กและไม้ และมีกลิ่นตัวทำละลายที่แรงและค้างนานกว่า
low VOC แปลว่ามีสารอินทรีย์ระเหยง่ายต่ำ ไม่ได้แปลว่าศูนย์ Voqe Wall Paint เป็นสีน้ำอะคริลิก 100% สูตร low VOC กลิ่นน้อย เหมาะกับห้องนอนที่ต้องกลับมานอนในไม่กี่วัน แต่ก็ยังควรระบายอากาศตามขั้นตอนด้านล่างเหมือนสีทุกตัว
- ดูบนฉลาก: สูตรน้ำ ทำความสะอาดอุปกรณ์ด้วยน้ำ
- ดูคำว่า low VOC หรือฉลากสิ่งแวดล้อม
- ระวังคำว่า ไร้กลิ่น 100% หรือ zero VOC ที่ไม่มีข้อมูลรองรับ
- งานผนังภายในห้องนอน: เลือกสีน้ำอะคริลิก ไม่ใช้สีน้ำมัน

ทาสีห้องนอนที่ยังอยู่อาศัย ทำยังไงให้กลิ่นน้อยที่สุด
กลิ่นสีไม่ได้ขึ้นกับสีอย่างเดียว อีกครึ่งคือการวางแผน ทาตอนไหน ห้องเปิดได้แค่ไหน และคุณจะไปนอนที่ไหนคืนนั้น วางแผนดี ๆ ห้องนอนกลิ่นน้อยได้จริงแม้อยู่คอนโดที่มีหน้าต่างบานเดียว
เทคนิคง่ายที่สุดคือสร้างทางลมเข้าออก เปิดหน้าต่างหนึ่งด้าน แล้ววางพัดลมหันหน้าออกนอกหน้าต่าง พัดลมจะดูดอากาศในห้องออกไป แทนที่จะพัดกลิ่นวนอยู่ในห้อง
- เลือกวันอากาศแห้ง ไม่ใช่วันฝนตกทั้งวัน สีแห้งเร็วขึ้น กลิ่นจางเร็วขึ้น
- เริ่มทาช่วงเช้า ให้มีเวลาระบายอากาศทั้งวัน
- เปิดหน้าต่าง และใช้พัดลมเป่าออกนอกห้อง
- ไม่เปิดแอร์ปิดห้องทันทีหลังทา ระบายอากาศก่อน
- ทาบาง ๆ ตามจำนวนชั้นที่แนะนำ ไม่ทาหนาชั้นเดียว
- ปิดฝากระป๋องทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้ และนำถาด ผ้าเปื้อนสีออกนอกห้อง

ทาสีห้องนอนแล้วนอนได้เลยไหม ต้องรอกี่วัน
คำแนะนำที่ใช้กันทั่วไปคือเปิดหน้าต่างระบายอากาศ และรออย่างน้อยหนึ่งถึงสองวันก่อนกลับเข้าไปนอนในห้องที่เพิ่งทาสี แม้สีน้ำจะแห้งสัมผัสได้ในเวลาไม่นาน แต่การแห้งที่ผิวไม่ได้แปลว่ากลิ่นหมดแล้ว
วางแผนง่าย ๆ คือทาห้องนอนช่วงวันศุกร์ ไปนอนห้องอื่นหรือนอนห้องนั่งเล่นสักสองคืน แล้วกลับมาห้องที่สะอาด สีสวย และกลิ่นจางแล้วในวันอาทิตย์ ถ้าห้องยังมีกลิ่นชัด ให้ระบายอากาศต่ออีกวัน อย่ารีบ
- วันทา: ไม่นอนในห้อง เปิดหน้าต่างและพัดลมไว้
- วันที่ 1-2 หลังทา: ระบายอากาศต่อ จัดของกลับเข้าห้องได้เมื่อสีแห้งดี
- กลับเข้าไปนอน: เมื่อกลิ่นจางจนแทบไม่รู้สึก
- ถ้ายังมีกลิ่นชัด หรือรู้สึกเวียนหัว: ระบายอากาศต่อ และออกจากห้องไปก่อน

ห้องเด็ก ทารก สัตว์เลี้ยง และคอนโด ต้องระวังอะไรเพิ่ม
เด็กเล็ก ทารก ผู้สูงอายุ คนที่ตั้งครรภ์ และสัตว์เลี้ยง ควรอยู่นอกพื้นที่ระหว่างทาสี และให้กลับเข้าห้องเมื่อกลิ่นจางแล้ว ไม่ใช่เพราะสีน้ำอันตรายร้ายแรง แต่เพราะคนกลุ่มนี้ไวต่อกลิ่นและฝุ่นจากการเตรียมผนังมากกว่า
คอนโดมีโจทย์เฉพาะ คือหน้าต่างน้อย ลมถ่ายเทยาก และอยู่ติดเพื่อนบ้าน ให้แจ้งนิติบุคคลก่อนเริ่มงาน ตามกฎของอาคาร เปิดประตูระเบียงให้สุด และวางพัดลมเป่าออก ถ้าห้องไม่มีหน้าต่างเลย เช่นห้องแต่งตัว ให้เปิดประตูและใช้พัดลมช่วยดันอากาศออกไปยังห้องที่มีหน้าต่าง
- ห้องเด็กและห้องทารก: ทาล่วงหน้าหลายวันก่อนใช้ห้อง ไม่ทาในคืนที่ต้องนอน
- สัตว์เลี้ยง: กันออกจากห้องระหว่างทา ระวังเลียหรือเดินผ่านสีที่ยังไม่แห้ง
- คอนโด: แจ้งนิติ เปิดระเบียง พัดลมเป่าออก ไม่ทาตอนกลางคืน
- ระหว่างขัดผนัง: ใส่หน้ากากกันฝุ่น และเก็บฝุ่นก่อนเริ่มทาสี

กลิ่นสีหลังทายังไม่หาย แก้ยังไง
ตัวช่วยที่ได้ผลที่สุดคืออากาศถ่ายเท ไม่มีอะไรแทนลมได้ ส่วนเคล็ดลับบ้าน ๆ อย่างวางถ้วยเบกกิ้งโซดา ถ่าน หรือกากกาแฟไว้ในห้อง หลายบ้านนิยมทำ ช่วยได้นิดหน่อยในห้องที่ปิดบ่อย แต่เป็นตัวเสริม ไม่ใช่ตัวหลัก
ถ้าผ่านไปหลายวันแล้วกลิ่นยังแรง ให้ลองนึกว่าห้องได้ระบายอากาศพอไหม สีทาหนาเกินไปหรือเปล่า อากาศชื้นจนสีแห้งช้าไหม หรือมีการใช้สีน้ำมันกับงานไม้และเหล็กในห้องเดียวกัน ซึ่งกลิ่นจะค้างนานกว่าสีน้ำ
- เปิดหน้าต่างและพัดลมเป่าออกต่ออีก 1-2 วัน
- นำถาด ลูกกลิ้ง ผ้าเปื้อนสี และกระป๋องที่เปิดแล้วออกจากห้อง
- เช็ดหยดสีบนพื้นหรือขอบบัวที่ยังเปียก
- ถ้าอากาศชื้นมาก เปิดเครื่องลดความชื้นหรือแอร์โหมดแห้งพร้อมเปิดช่องลมเล็กน้อย
- วางเบกกิ้งโซดาหรือถ่านเป็นตัวเสริม หลังระบายอากาศแล้ว

“สีที่ดีควรได้กลิ่นแค่ตอนทา ส่วนตอนนอน ควรได้กลิ่นแค่ผ้าปูใหม่”
คำถามที่พบบ่อย
สีทาภายในไม่มีกลิ่น มีจริงไหม
สีที่ไม่มีกลิ่นเลย 100% แทบไม่มีจริง แต่สีน้ำอะคริลิกแบบ low VOC มีกลิ่นน้อยมากเมื่อเทียบกับสีน้ำมัน และกลิ่นจางภายในไม่กี่วันถ้าห้องระบายอากาศดี
ทาสีห้องนอนแล้ว นอนได้เลยไหม
ไม่ควรนอนในคืนที่ทา คำแนะนำทั่วไปคือเปิดหน้าต่างระบายอากาศ และรออย่างน้อยหนึ่งถึงสองวัน จนกลิ่นจางแทบไม่รู้สึก แล้วค่อยกลับเข้าไปนอน
สีทาห้องนอนไม่มีกลิ่น ควรเลือกแบบไหน
เลือกสีน้ำอะคริลิกสำหรับผนังภายใน ที่ระบุว่า low VOC และทำความสะอาดอุปกรณ์ด้วยน้ำ หลีกเลี่ยงสีน้ำมันสำหรับผนังห้องนอน และระวังคำโฆษณาว่าไร้กลิ่น 100% ที่ไม่มีข้อมูลรองรับ
ทาสีบ้านตอนมีเด็กหรือสัตว์เลี้ยงได้ไหม
ได้ แต่ควรให้เด็ก ทารก และสัตว์เลี้ยงอยู่นอกพื้นที่ระหว่างทาและช่วงที่กลิ่นยังแรง ระบายอากาศให้ดี และให้กลับเข้าห้องเมื่อสีแห้งและกลิ่นจางแล้ว ห้องเด็กควรทาล่วงหน้าหลายวันก่อนใช้
low VOC คืออะไร
low VOC หมายถึงสีที่มีสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ต่ำ ซึ่งเป็นสารส่วนหนึ่งที่ทำให้สีมีกลิ่นตอนแห้ง สี low VOC กลิ่นน้อยกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มี VOC เลย

สีบนจอไม่เคยตรงกับสีบนผนัง
สั่งกระปุกทดลองไปทาดูที่บ้าน หรือแวะมาดูผนังคลังเฉดสีจริงที่ Voqe Studio บางพลี
สั่งกระปุกทดลองสีโทนนุ่มสำหรับห้องนอน







