ปูนหมัก ปูนตำ และผนังวัดไทย: ภูมิปัญญาปูนขาวที่ยิ่งเก่ายิ่งงาม
ก่อนจะมีคำว่า limewash ช่างไทยฉาบผนังโบสถ์ด้วยปูนขาวมาหลายร้อยปี เรื่องของผนังที่แก่ตัวอย่างสง่างาม



ปูนหมักและปูนตำคือปูนฉาบแบบไทยโบราณที่ทำจากปูนขาวผสมทรายและส่วนผสมจากธรรมชาติ ใช้ฉาบผนังโบสถ์ วิหาร เจดีย์ และอาคารเก่าในไทยมาหลายร้อยปี ปูนแบบนี้นิ่มกว่าและระบายความชื้นได้ดีกว่าปูนซีเมนต์ จึงอยู่ร่วมกับอิฐเก่าได้นาน และเมื่อเวลาผ่านไปผิวจะเกิดเฉดและคราบที่นุ่มนวล ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ผนังสไตล์ limewash ในบ้านยุคใหม่พยายามถ่ายทอด
ปูนหมัก ปูนตำ คืออะไร
ก่อนปูนซีเมนต์จะเข้ามาเป็นวัสดุหลักของงานก่อสร้าง ช่างไทยใช้ปูนขาวเป็นหัวใจของงานฉาบผนัง ชื่อเรียกที่ได้ยินบ่อยคือปูนหมักและปูนตำ ชื่อบอกวิธีทำอยู่ในตัว ปูนหมักคือปูนขาวที่แช่และบ่มไว้เป็นเวลานานจนเนื้อเนียนและพร้อมใช้ ส่วนปูนตำคือการนำปูนมาตำผสมกับทรายและส่วนผสมอื่นจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
สูตรจริงแตกต่างกันไปตามช่าง สำนัก และท้องถิ่น บางสูตรเติมส่วนผสมจากธรรมชาติเพื่อให้ปูนเหนียวและยึดเกาะดีขึ้น รายละเอียดเหล่านี้เป็นความรู้เฉพาะทางที่ช่างและนักอนุรักษ์ศึกษากันอย่างจริงจัง สิ่งที่เราพูดได้อย่างมั่นใจคือ ทั้งหมดตั้งอยู่บนวัตถุดิบเดียวกับ limewash นั่นคือปูนขาว

ปูนขาวอยู่ตรงไหนบ้างในวัดและบ้านเก่าของไทย
ถ้าเคยเดินในวัดเก่าตอนบ่ายแล้วรู้สึกว่าผนังขาวดูนุ่มตา ไม่แสบตาเหมือนผนังตึกใหม่ ส่วนหนึ่งมาจากผิวปูนขาวนี่เอง ลองสังเกตดูในครั้งหน้า
- ผนังโบสถ์และวิหาร: ผิวฉาบด้านนุ่ม มีคลื่นเบา ๆ ตามมือช่าง
- เจดีย์และกำแพงแก้ว: งานฉาบที่ต้องอยู่กลางแดดกลางฝนมานาน
- ลายปูนปั้น: ลวดลายประดับหน้าบัน ซุ้มประตู และซุ้มหน้าต่าง ที่ปั้นจากปูนโดยตรง
- ผนังจิตรกรรมฝาผนัง: ภาพเขียนในโบสถ์จำนวนมากเขียนลงบนผนังปูนฉาบ
- ตึกแถวเก่า: อาคารเก่าในย่านเมืองเก่าหลายแห่ง เช่น ย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ และภูเก็ต ใช้ปูนขาวในงานก่อและงานฉาบ

ทำไมผนังปูนขาวถึงยิ่งเก่ายิ่งงาม
ผนังปูนขาวไม่ได้พยายามต่อสู้กับเวลา มันยอมให้เวลาทิ้งร่องรอยไว้ เหมือนกระเป๋าหนังแท้ที่ยิ่งใช้ยิ่งมีสีสวย ต่างจากกระเป๋าหนังเทียมที่วันหนึ่งก็ลอกเป็นแผ่น
เหตุผลเชิงวัสดุมีสามข้อหลัก ข้อแรก ปูนขาวนิ่มกว่าและยืดหยุ่นกว่าปูนซีเมนต์ จึงขยับไปพร้อมกับอิฐเก่าได้โดยไม่แตกร้าวรุนแรง ข้อสอง มันระบายความชื้นได้ดี น้ำที่ซึมเข้าผนังจึงระเหยออกได้ ไม่ขังอยู่ข้างใน ข้อสาม ผิวปูนขาวซีดและเปลี่ยนเฉดอย่างค่อยเป็นค่อยไป บวกกับร่องรอยการทาซ่อมทับหลายรุ่น ผนังจึงมีเลเยอร์ของเวลาที่ไม่มีใครวาดขึ้นมาได้
นี่คือความงามแบบเดียวกับที่ญี่ปุ่นเรียกว่า wabi sabi ความงามของสิ่งที่ไม่สมบูรณ์และเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เพียงแต่เรามีมันอยู่ในวัดใกล้บ้านมานานแล้ว

บทเรียนจากงานอนุรักษ์: อย่าเอาปูนซีเมนต์ไปปะผนังปูนขาวเก่า
นักอนุรักษ์อาคารทั่วโลกเห็นตรงกันในหลักการข้อหนึ่ง วัสดุที่ใช้ซ่อมควรเข้ากันได้กับวัสดุเดิม ปูนซีเมนต์แข็งกว่าและระบายความชื้นได้น้อยกว่าปูนขาวมาก เมื่อนำไปปะบนผนังปูนขาวเก่า ความชื้นและเกลือในผนังจะหาทางออกไม่ได้ แล้วไปทำลายอิฐและปูนเดิมรอบ ๆ รอยปะแทน
สำหรับโบราณสถาน งานซ่อมควรอยู่ในมือผู้เชี่ยวชาญและเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่ดูแล ส่วนเจ้าของตึกแถวหรือบ้านเก่าทั่วไปที่ฉาบด้วยปูนขาว มีหลักง่าย ๆ ที่ช่วยได้
- ปรึกษาช่างหรือสถาปนิกที่มีประสบการณ์งานอาคารเก่าก่อนรื้อหรือฉาบใหม่
- หลีกเลี่ยงการปะรอยด้วยปูนซีเมนต์หรือปิดทับด้วยวัสดุที่ไม่ระบายความชื้น
- หาสาเหตุความชื้นก่อน เช่น รางน้ำรั่ว น้ำใต้ดิน หรือท่อแตก
- เก็บร่องรอยเดิมที่ยังแข็งแรงไว้ ไม่จำเป็นต้องทำให้ใหม่เอี่ยมทั้งผนัง

ผนังสไตล์ limewash วันนี้ สะท้อนอะไรจากผนังวัดไทย
เมื่อคนรุ่นใหม่ตามหาผนังลายปูนผิวด้านสำหรับบ้านและคาเฟ่ สิ่งที่พวกเขาตามหาจริง ๆ คือคุณสมบัติชุดเดียวกับผนังวัดเก่า ผิวด้านที่ไม่สะท้อนแสงจ้า เฉดเข้มอ่อนที่ดูเหมือนมือคนทำ และความรู้สึกสงบเวลาแสงตกกระทบ
พาเลตที่ให้อารมณ์นี้ได้ดีมักมาจากวัสดุรอบวัดไทย ขาวปูน ทรายแม่น้ำ ข้าวคั่ว ดินเผา และแดงจากไม้ฝางที่ใช้ย้อมผ้ามาแต่โบราณ สำหรับบ้านทั่วไป Voqe Mineral Finish เป็นสีมิเนอรัลสไตล์ Lime Wash ที่ทาบนผนังปูนที่รองพื้นแล้ว ไม่ใช่ปูนขาวแบบดั้งเดิม จึงเหมาะกับบ้านและพื้นที่ใหม่ ไม่ใช่งานซ่อมโบราณสถาน

นำกลิ่นอายผนังโบราณมาใช้ในบ้านอย่างให้เกียรติ
การหยิบแรงบันดาลใจจากวัดมาใช้ในบ้านทำได้อย่างสวยงาม ถ้าเริ่มจากความเข้าใจ ลวดลายบางอย่างในศาสนสถานมีความหมายทางศาสนาและความเชื่อ จึงควรใช้อย่างรู้ที่มา ไม่ใช่หยิบมาเป็นลายตกแต่งทั่วไป สิ่งที่หยิบมาใช้ได้อย่างสบายใจคือบรรยากาศ ผิว และสี
- โถงทางเข้าบ้าน: ผนังผิวด้านโทนขาวปูน คู่กับพื้นไม้หรือกระเบื้องดินเผา
- มุมพระหรือห้องพระ: ผนังโทนนวลสงบ แสงอุ่นจากด้านข้าง ไม่ต้องตกแต่งเพิ่มมาก
- ลานบ้านและกำแพงสวน: ผิวด้านโทนทรายที่ปล่อยให้เปลี่ยนไปตามฝนและแดด
- ห้องนั่งเล่น: ผนังลายปูนหนึ่งด้าน คู่กับไม้สัก ทองเหลือง และผ้าทอมือ

“ก่อนโลกจะรู้จัก limewash ช่างไทยก็ฉาบความสงบไว้บนผนังโบสถ์มานานแล้ว”
คำถามที่พบบ่อย
ปูนหมัก คืออะไร
ปูนหมักคือปูนขาวที่แช่และบ่มไว้เป็นเวลานานจนเนื้อเนียน แล้วนำมาผสมกับทรายและส่วนผสมอื่นเพื่อใช้ฉาบผนังหรือปั้นลาย เป็นวัสดุที่ช่างไทยใช้ในวัดและอาคารเก่ามาแต่โบราณ สูตรแตกต่างกันไปตามช่างและท้องถิ่น
ปูนตำ กับ ปูนหมัก ต่างกันยังไง
ทั้งสองแบบมีปูนขาวเป็นฐาน ชื่อเรียกสะท้อนวิธีเตรียม ปูนหมักเน้นการบ่มปูนไว้นาน ส่วนปูนตำเน้นการตำผสมปูนกับทรายและส่วนผสมอื่นจนเข้ากัน ในทางปฏิบัติช่างหลายสำนักใช้ทั้งการหมักและการตำร่วมกัน
ทำไมวัดเก่าใช้ปูนขาว ไม่ใช้ปูนซีเมนต์
เพราะในอดีตปูนขาวคือวัสดุหลักที่มีอยู่ และมีคุณสมบัติเหมาะกับผนังอิฐ คือนิ่มกว่า ยืดหยุ่นกว่า และระบายความชื้นได้ดีกว่าปูนซีเมนต์ ผนังจึงอยู่ได้นานและผิวแก่ตัวอย่างสวยงาม
ซ่อมผนังปูนขาวเก่าด้วยปูนซีเมนต์ได้ไหม
ไม่แนะนำ ปูนซีเมนต์แข็งกว่าและระบายความชื้นได้น้อยกว่า อาจทำให้ความชื้นและเกลือขังในผนังจนอิฐและปูนเดิมรอบรอยปะเสียหาย ควรปรึกษาผู้มีประสบการณ์งานอาคารเก่า และสำหรับโบราณสถานต้องทำตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่ดูแล
อยากได้ผนังแบบวัดไทยในบ้าน ทำยังไง
เลือกผิวผนังด้านที่มีเฉดเข้มอ่อน โทนขาวปูน ทราย หรือดินเผา จัดแสงอุ่นจากด้านข้างให้ผิวผนังมีมิติ และคู่กับวัสดุธรรมชาติอย่างไม้และดินเผา โดยหลีกเลี่ยงการนำลวดลายทางศาสนามาใช้เป็นของตกแต่งทั่วไป

สีบนจอไม่เคยตรงกับสีบนผนัง
สั่งกระปุกทดลองไปทาดูที่บ้าน หรือแวะมาดูผนังคลังเฉดสีจริงที่ Voqe Studio บางพลี
สั่งขวดตัวอย่างโทนปูนและทราย







